5 อาหารยอดฮิต "ฟอสเฟตสูง" อันตรายยิ่งกว่าความเค็ม ตัวการเงียบทำลายไต

5 อาหาร "ฟอสเฟตสูง" เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ตัวการเงียบทำลายไต อันตรายยิ่งกว่าความเค็ม
หลายคนเข้าใจว่าการกินเค็มเป็นตัวการหลักที่ทำร้ายไตและหลอดเลือด จึงพยายามลดโซเดียมในอาหาร แต่ นพ.หง หย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ออกมาเตือนว่า “ฟอสเฟต” คือภัยเงียบที่อันตรายยิ่งกว่า เพราะมักแฝงอยู่ในอาหารโดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว
นพ.หง หย่งเสียง ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ภาวะฟอสเฟตในเลือดสูงสามารถทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังส่งผลเสียรุนแรงต่อไตโดยตรง
ฟอสเฟตกับความเสี่ยงโรคไตและหัวใจ
แพทย์อธิบายว่า เมื่อร่างกายมีฟอสเฟตสูง จะกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัว และเพิ่มโอกาสเกิดโรคร้ายแรง
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า ระดับฟอสเฟตในเลือดที่สูงมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และมีข้อมูลว่ามากกว่าครึ่งของอาหารแปรรูปและอาหารบรรจุภัณฑ์มีการเติมฟอสเฟต ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านโภชนาการที่ถูกมองข้าม
5 อาหารยอดฮิต ฟอสเฟตสูงแบบไม่รู้ตัว
นพ.หง หย่งเสียง ระบุว่า อาหารทั่วไปหลายชนิดถูกเติมฟอสเฟตเพื่อเพิ่มรสชาติ เนื้อสัมผัส และอายุการเก็บรักษา โดยเฉพาะอาหารต่อไปนี้
- ผลิตภัณฑ์จากลูกชิ้นหรือเนื้อปลา เช่น ลูกชิ้นปลา ไส้กรอกปลา ใช้ฟอสเฟตเพื่อให้เนื้อเด้งและไม่เละ
- เนื้อสัตว์หมักหรือทอด เช่น หมูทอด เนื้อชุบแป้งทอด มักใช้สารช่วยให้นุ่มซึ่งมีฟอสเฟตสูง
- ของทอดกรอบ เช่น ไก่ทอด มันเทศทอด แป้งทอดกรอบ มักเติมฟอสเฟตเป็นสารช่วยให้ฟู
- เส้นบะหมี่และเส้นก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะที่ยังเหนียวนุ่มแม้ทิ้งไว้นาน มักมีการเติมฟอสเฟตเพื่อคงสภาพเส้น
- ซุปข้นและน้ำซุปเข้มข้น เช่น ซุปเปรี้ยวเผ็ดหรือซุปครีม ซึ่งมักมีทั้งแป้งและผงปรุงรสที่มีฟอสเฟต

คำแนะนำลดความเสี่ยง ดูแลไตง่ายๆ
แพทย์แนะนำว่า หนึ่งในวิธีง่ายที่สุดคือการลดการดื่มน้ำซุป เพราะฟอสเฟตและโซเดียมจำนวนมากละลายอยู่ในน้ำ การลดเพียงไม่กี่คำก็ช่วยลดภาระของไตได้
การเลือกกินอาหารสด ลดอาหารแปรรูป และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด จะช่วยลดความเสี่ยงสะสมฟอสเฟตในร่างกาย และเป็นการดูแลสุขภาพไตในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
